ข้ามไปยังเนื้อหา

คู่มือ

วิธีคิดกำไรมือถือมือสองให้ถูก: หักครบทุกต้นทุน

เผยแพร่ อัปเดตล่าสุด เขียนและตรวจทานโดยทีม Resale Intelligence

ในหน้านี้
  1. ต้องหักต้นทุนอะไรบ้างก่อนคิดกำไร?
  2. ตัวอย่าง: สองเครื่องที่กำไรเท่ากันแต่ไม่เท่ากัน
  3. Margin, ROI และกำไรต่อวันต่างกันอย่างไร?

กำไรจริง = รายได้ที่ได้รับจริง − ต้นทุนทุกอย่างของเครื่องนั้น และควรดูกำไรต่อวันด้วย เพราะเงินที่จมนานมีต้นทุน

ต้องหักต้นทุนอะไรบ้างก่อนคิดกำไร?

นอกจากราคารับซื้อ ต้องหักค่าซ่อม เปลี่ยนแบต อะไหล่ ฟิล์ม ค่าส่งไป-กลับร้านซ่อม ค่าธรรมเนียมบัตรและมาร์เก็ตเพลส ส่วนลดและโปรโมชัน และค่าคอมพนักงาน ต้นทุนเหล่านี้มักถูกลืมและทำให้กำไรในหัวสูงกว่าความจริง

ผลต่างหลังหักทุกต้นทุนแล้วคือ กำไรจริง ของเครื่องนั้น

ตัวอย่าง: สองเครื่องที่กำไรเท่ากันแต่ไม่เท่ากัน

เครื่อง Aเครื่อง B
ขายได้20,00020,000
ต้นทุนรวม16,20016,200
กำไรจริง3,8003,800
ขายได้ใน10 วัน60 วัน
กำไรต่อวัน38063

เครื่อง A ทำให้เงินกลับมาหมุนรับเครื่องใหม่ได้เร็วกว่า 6 เท่า ส่วนเครื่อง B ทำให้เงินเป็น ทุนจม นานกว่า

Margin, ROI และกำไรต่อวันต่างกันอย่างไร?

Margin คือกำไรจริงเทียบกับรายได้ ROI คือกำไรจริงเทียบกับต้นทุนรวม และกำไรต่อวันคือกำไรจริงหารจำนวนวันที่ถือเครื่อง ตัวสุดท้ายบอกว่าเงินหมุนเร็วแค่ไหน

  • Margin = กำไรจริง ÷ รายได้
  • ROI = กำไรจริง ÷ ต้นทุนรวม
  • กำไรต่อวัน = กำไรจริง ÷ จำนวนวันที่ถือ
รายงานกำไรจริงรายเครื่อง: ต้นทุนรวม รายได้ กำไรสุทธิ Margin ROI และกำไรต่อวัน
รายงานกำไรจริงรายเครื่องในระบบ

ระบบเก็บทุกต้นทุนเป็นบัญชีรายเครื่องและคำนวณให้อัตโนมัติ ดูเพิ่มที่ Inventory Intelligence

คำถามที่พบบ่อย

คิดกำไรมือถือมือสองอย่างไรให้ถูก?

รวมต้นทุนทุกอย่างของเครื่อง (ราคารับซื้อ ค่าซ่อม แบต อะไหล่ ค่าส่ง ค่าธรรมเนียม) แล้วหักจากรายได้ที่ได้รับจริงหลังส่วนลด

ทำไมต้องดูกำไรต่อวัน?

เครื่องที่กำไร 2,000 บาทแต่ขายได้ใน 5 วัน หมุนเงินดีกว่าเครื่องกำไร 3,000 บาทที่ใช้ 60 วัน

เริ่มเห็นกำไรจริงตั้งแต่เครื่องแรกที่รับเข้า

ทดลองใช้ทุกฟีเจอร์ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใส่บัตร ย้ายสต๊อกเดิมจาก Excel ได้เอง