เผยแพร่ อัปเดตล่าสุด เขียนและตรวจทานโดยทีม Resale Intelligence
เอกสารนี้อธิบายการทำงานจริงของระบบ และอยู่ระหว่างการตรวจทานโดยที่ปรึกษากฎหมาย ข้อความอาจปรับปรุงก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ
ร้านรับซื้อของมือสองต้องบันทึกว่าซื้ออะไรจากใคร ระบบจึงให้บันทึกผู้ขายที่มีเลขบัตรประชาชนหรือเลขผู้เสียภาษีทุกครั้งที่รับซื้อหรือรับเทิร์น ถ้าไม่มีจะยืนยันรายการไม่ได้
- ใครทำได้:
- เจ้าของร้าน, ผู้ดูแลร้าน, ผู้จัดการ, แคชเชียร์, ผู้ประเมินราคา (ตามสิทธิ์เริ่มต้นของบทบาท เจ้าของร้านปรับได้)
ทุกครั้งที่รับซื้อหรือรับเครื่องเทิร์น ระบบให้บันทึกผู้ขายที่มีเลขบัตรประชาชน หรือเลขผู้เสียภาษีถ้าเป็นนิติบุคคล ถ้าไม่มี ระบบจะไม่ให้ยืนยันรายการ
ทำไมต้องมีเลขบัตรผู้ขาย
ธุรกิจรับซื้อของเก่าในไทยมีหน้าที่จดว่าซื้ออะไร จากใคร ตามพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า การบันทึกตัวตนผู้ขายยังช่วยร้านเมื่อมีปัญหาภายหลัง เช่น มีคนแจ้งว่าเครื่องที่รับซื้อมาเป็นของหาย ร้านจะมีหลักฐานว่าซื้อจากใครและตรวจตัวตนแล้ว
รายละเอียดว่ากฎหมายกำหนดให้บันทึกข้อมูลใดบ้าง และเก็บนานเท่าไร อยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยที่ปรึกษากฎหมาย ระบบจะปรับตามผลการตรวจสอบ
ระบบตรวจอะไรตอนรับซื้อ
-
ผู้ขายต้องเป็นลูกค้าที่มีเลขบัตรประชาชน หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีสำหรับนิติบุคคล
-
ถ้าไม่มี จะเห็นข้อความ ต้องระบุผู้ขายที่มีเลขบัตรประชาชนหรือเลขผู้เสียภาษี
-
ถ้ามีกฎเพิ่มเติมตามกฎหมายที่มีผลกับร้าน เช่น ต้องยืนยันตัวตนก่อน หรือเอกสารต้องยังไม่หมดอายุ ระบบจะแจ้งสิ่งที่ขาดพร้อมกัน
-
ลูกค้าที่ถูกตั้งเป็น ห้ามทำรายการ รับซื้อไม่ได้ ดู ระดับความเสี่ยงและการห้ามทำรายการกับลูกค้า
บันทึกผู้ขายตอนรับซื้อ
-
ที่ 3. ผู้ขาย ในหน้ารับซื้อ ค้นด้วยเลขบัตรประชาชนแบบครบทุกหลักหรือเบอร์โทร
-
ถ้าไม่พบ กด ไม่พบลูกค้า — เพิ่มลูกค้าใหม่ แล้วกรอกเลขบัตรประชาชน
-
แจ้งลูกค้าเรื่องการเก็บข้อมูล และติ๊ก ลูกค้ายินยอมให้เก็บและใช้ข้อมูลเพื่อทำรายการ (จำเป็น)
-
กด บันทึกลูกค้า แล้วทำรายการรับซื้อต่อ
ดูขั้นตอนบันทึกผู้ขายแบบละเอียดที่ บันทึกผู้ขายและเลขบัตรประชาชน
ใบรับซื้อ
ใบรับซื้อที่พิมพ์ได้มีข้อความให้ผู้ขายรับรองว่าเป็นเจ้าของสินค้า พร้อมช่องลงชื่อผู้ขายและผู้รับซื้อ และแสดงเลขบัตรของผู้ขายแบบซ่อนบางส่วน ดู ใบรับซื้อและข้อความรับรองกรรมสิทธิ์